สมรรถนะของแรงงานในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี

Competency of Labour in Amata City Chonburi Industrial Estate

Authors

  • โยธิน นวบุตร

Keywords:

สมรรถนะของแรงงาน, การพัฒนาแรงงาน, Competency of labour, Labour development

Abstract

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) เพื่อศึกษามาตรการของรัฐบาลในการพัฒนาแรงงานในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี (2) เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อสมรรถนะของแรงงานในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี และ (3) เพื่อเสนอแนวทางในการปรับปรุงการพัฒนาแรงงานของรัฐบาล รวมทั้งการประยุกต์ใช้ในองค์การต่างๆทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน การศึกษาแบ่งเป็นการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพจากเอกสารทางราชการ งานวิจัยและการสัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้องที่เชื่อถือได้เพื่อตอบคำถามการวิจัยข้อที่ 1. รัฐบาลมีมาตรการอะไรบ้างในการพัฒนาแรงงานและส่งผลอย่างไรต่อแรงงานในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี และการศึกษาเชิงปริมาณโดยการสำรวจข้อมูลระดับปัจเจกบุคคลของแรงงานในนิคมอุตสาหกรรมอมซิตี้ ชลบุรี เพื่อตอบคำถามการวิจัยข้อที่ 2. ปัจจัยการพัฒนาแรงงานมีอิทธิพลต่อสมรรถนะของแรงงานในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี อย่างไร และ 3. มีปัจจัยอะไรบ้างที่มีอิทธิพลต่อสมรรถนะของแรงงาน ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี จากตัวอย่างประชากร 385 ตัวอย่าง ผู้วิจัยได้นำข้อมูลจากแบบสอบถามใช้การวิเคราะห์ข้อมูลภูมิหลัง โดยใช้สถิติเชิงพรรณา ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตราฐาน การวิเคราะห์เพื่อทดสอบหาความแตกต่างของค่าเฉลี่ยของตัวแปร (One-way ANOVA) การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร (correlations) และการวิเคราะห์หารูปแบบความ สัมพันธ์ระหว่างตัวแปร (multiple-regression) ผลการวิจัย พบว่า 1. มาตรการของรัฐบาลในการพัฒนาสมรรถนะของพนักงานในโรงงานอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี ประกอบ ด้วย (1) การฝึกอบรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (2) การทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน (3) ค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือแรงงาน (4) สิทธิประโยชน์ด้านภาษี และ (5) กองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน (6) การประชาสัมพันธ์ 2. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อสมรรถนะในการทำงานของพนักงานโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี ประกอบด้วย การพัฒนาแรงงาน ทัศนคติในการทำงาน แรงจูงใจในการทำงาน และความพึงพอใจในการทำงานมีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อสมรรถนะในการทำงานอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 3. ปัจจัยที่ประกอบด้วย ทัศนคติในการทำงาน แรงจูงใจในการทำงานและความพึงพอใจในการทำงาน สามารถร่วมกันทำนายตัวแปรตาม คือสมรรถนะในการทำงาน ได้ร้อยละ 52.8 โดยสามารถหารูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรและสามารถสร้างเป็นสมการแสดงความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรอิสระกับตัวแปรตามได้ 4. ข้อเสนอแนะ ในเชิงทฤษฎีมีข้อค้นพบจากการวิจัยที่มีส่วนในการเพิ่มองค์ความรู้ให้กับวิชาการด้านรัฐประศาสนศาสตร์ใน 3 ประการคือ 1) ปัจจัยที่เกิดจากการพัฒนาแรงงานของรัฐบาลที่มีผลต่อสมรรถนะของแรงงาน 2) มาตรการที่ยังทำได้ไม่สมบูรณ์คือ การประชาสัมพันธ์ และการกำหนดเป้าหมาย และ 3) ยังมีปัจจัยสำคัญอื่นๆ ที่มีผลต่อสมรรถนะของแรงงาน ที่มาตรการของภาครัฐยังไม่ครอบคลุม คือทัศนคติ แรงจูงใจในและความพึงพอใจในการทำงาน ในเชิงปฎิบัติเสนอว่า ควรให้สหภาพแรงงานเข้ามามีบทบาทที่จะคอยดูแลผลประโยชน์ให้กับแรงงานในด้านการพัฒนาให้มากขึ้น โดยใช้กลไกลของสหภาพแรงงานเข้ามาเสริมในด้านการสื่อสารประชาสัมพันธ์และการรักษาสิทธิของแรงงาน  The purposes of this research are 1. to study the government labour competency development measures and the results of labour competency development in Amata City Chonburi Industrial Estate 2. To study the influence of labour development on competency of labour in Amata City Chonburi Industrial Estate and 3. To study the factors that influence the Competecy of Labour in Amata City Chonburi Industrial Estate. The study have used Quality research method from government documents, research articles, and interviews with relevant parties the key informants to answer research questions 1. What are the government measures for labor development and how are they affecting the workers in Amata City Chonburi Industrial Estate and quantitative studies by Surveying the individual level of labour in the Amata City Chonburi Industrial Estate to answer research questions no. 2. Development factors and And how are the factors that influence the workforce performance in Amata City Chonburi Industrial Estate? From the 385 sample population, the researcher used the data from the questionnaires to analyze the geographic data by using descriptive statistics, percentage, mean and standard deviation One-way ANOVA to analyze the difference of mean values of variables (correlations) and analysis of the relationship between variables (Multiple-regression) The finding is 1. Government measures to develop the competency of labour in Amata City Chonburi Industrial Estate, consist of (1) Skill development training (2) Skill testing standards (3) Wages according to labor skill standards (4) Benefits Tax and (5) Skill Development Fund (6) Public Relations 2. Factors that influence the work performance of factory employees in the Amata City Industrial Estate, Chonburi, consists of Labor development, Jobs attitude, Jobs Motivation and jobs satisfaction were positively correlated with statistical significancly. 3. Factors consisting of Work attitude Jobs Motivation at and Job satisfaction Can jointly predict variables according to 52.8 percent of the Competency, with the ability to find patterns of relationships between variables, and can create an equation showing the relationship between independent variables and dependent variables. 4. Suggestions, The researcher recommends to use a comparative approach to improve the Competency of labour by Benchmarking and best practices by implementing steps as follows, Phase 1 Planning, Determine the scope of the labor performance development plan. For example, the development of labour competency in the Eastern Economic Corridor (EEC). Phase 2 analysis to create in-depth understanding of the examples to be compared for modeling in which the researcher proposes to use the developed and growing industrial countries such as South Korea by looking at the labour competency indicator and related policies to compare and find differences (Gab) to be used to set guidelines for development in the future. Phase 3 Integration the proposed goal of change and development with Thailand's strategy and status. And must also integrate with relevant agencies in all sectors with the same goal. After that, it will lead to the process of action recommendations. Phase 4 Action, Bringing the specified plan into action. According to the master plan of the country's 20-year human resource development strategy, there are only 2 strategies to increase labour and entrepreneurial capacity and strategies for protecting and strengthening security, security, and quality of life. Therefore proposing to increase the issue of cooperation with employers to create incentives and jobs satisfaction within the organization such as the introduction of good governance systems which may be done as a joint project with the government to enhance the attitude and jobs motivation for labour not only providing only knowledge, and the Phase 5 is Maturity, the Benchmark into every process continuously. The Department of Skill Development must coordinate the target curriculum and provide support in areas that truly meet the needs of entrepreneurs and labor. It will be able to increase the number and desired topics to cover more effectively.

References

กระทรวงแรงงาน. (2559). กรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ ระยะ 20 ปี. วันที่ค้น ข้อมูล 15 สิงหาคม 2562, เข้าถึงได้จาก https://www.nstda.or.th/th/nstda-doc-archives/thailand-40/11704-ministryoflabour

กระทรวงอุตสาหกรรม. (2560). นโยบายรัฐบาล. วันที่ค้นข้อมูล 15 ตุลาคม 2561, เข้าถึงได้จาก http://www.industry.go.th/om1/index.php/2016-04-21-07-47-44/2016-04-21-07-50-10

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, คณะเศรษฐศาสตร์. (2553). โครงการจัดจ้างที่ปรึกษาเพื่อศึกษาวิเคราะห์แนวทางการพัฒนากำลังคนที่สอดคล้องกับการลงทุนตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 และการปรับกลไกการบริหารงานโดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน 2553. กรุงเทพฯ: คณะเศรษฐศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

นาถรพี ชัยมงคล และคณะ. (2550). ปัจจัยที่มีผลต่อการฝึกยกระดับฝีมือแรงงาน: กรณีศึกษาเปรียบเทียบแรงงานในเขตกรุงเทพมหานคร/ ปริมณฑลและเขตนิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออก. กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน ดําเนินการโดย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.

ระพีพรรณ คําหอม. (2539). ความต้องการแรงงานและความพร้อมในการมีส่วนร่วมกับภาครัฐในการพัฒนาฝึมือแรงงานของสถานประกอบการทั่วประเทศ. กรุงเทพฯ: คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

วราธร ปัญญางาม นายคึกฤทธิ์ พรมสุ้ย และศุภัชญา โชตยะกุล. (2560). การจัดทำสถิติผลิตภาพแรงงานในสถานประกอบกิจการที่จัดฝึกอบรมตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545. กรุงเทพฯ: กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน.

ศิริวรรณ เสรีรัตน์, สมชาย หิรัญกิติ และธนวรรธ ตั้งสินทรัพย์สิริ. (2550). การจัดการ-และพฤติกรรมองค์การ. กรุงเทพฯ: Diamond In Business World.

สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน. (2551). สมรรถนะของราชการพลเรือนไทยกรมการปกครอง. วันที่ค้นข้อมูล 15 สิงหาคม 2562, เข้าถึงได้จาก http//www.dopa.go.th

Boyatzis, R. E. (2011). Managerial and Leadership Competencies: a Behavioral Approach to Emotional, Social and Cognitive Intelligence. The Journal of Business Perspective, 15(2), 91-100.

Creswell, J. W. (1998). Qualitative inquiry and research design: Choosing among five traditions. London: Sage Publications.

Dugguh, S. I., & Dennis, A. (2014). Job satisfaction theories: Traceability to employee performance in organizations. Journal of Business and Management, 16(5), 11-18.

Guilford, J., & Gray, D. E. (1970). Motivation and Modern Management. Massachusetts: Addison-Wesley Publishers.

Herzberg, F., Mausner, B., & Snyderman, B. (1959). The motivation to work. New York: John Wiley & Wiley.

Kretch, D., & Crutchfield, R. S. (1948). Theory and problems of social psychology. New York: McGraw-Hill.

Ledford, G. E. (1995). Paying for the skills, knowledge, and competencies of knowledge workers. Compensation & Benefits Review, 27(4), 55-62.

Lizzio, A., & Wilson, K. (2004). Action learning in higher education: An investigation of its potential to develop professional capability. Studies in Higher Education, 29, 469-488.

Lucia, A. D., & Lepsinger, R. (1999). The art and science of competency models: Pinpointing critical success factors in organizations. New York: Pfeiffer.

Maslow, A. H. (1954). Motivation and personality. New York: Harper & Row.

McClelland, D. C. (1961). The Achievement Society. New York: Prentice - Hall.

McClelland, D.C. (1973). Business Drive and National Achievement. Harvard Business Review, 22(4), 99-122.

Mondy, R. W., Noe, R. M., & Premeaux, S. R. (2002). Human resource management (7th. ed.). Upper Saddle River, NJ: Prentice Hall.

Parry, S. (1996). Evaluating the impact of training. Alexandria, VA: American Society for Training and Development.

Peter, S. (2008). Labour Perspectives on the New Politics of Skill and Competency Formation: International Reflections. Asia Pacific Education Review, 9(1), 50-62.

Sandberg, J. (2000). Understanding human competence at work: An interpretative approach. The Academy of Management Journal, 43(1), 9-25.

Spencer, L. M., & Spencer, S. M. (1993). Competence at work: Model for superior performance. New York: John Wiley & Sons.

Stake, R. E. (1995). The art of case study research. Thousand Oaks, CA: Sage

Yamane, T. (1973). Statistics, Introductory Analysis. (3rd ed.). New York: Harper and Row.

Downloads

Published

2023-01-06